Select Page

หลักสูตร

 

สร้างแบรนด์ให้ทรงพลัง สื่อสารการตลาดให้ตรงใจ
ด้วยกลยุทธ์ AI Storytelling

 

“อย่าปล่อยให้แบรนด์ไร้ตัวตนในดง AI !
มาเรียนรู้ศาสตร์การเล่าเรื่องให้ทรงพลังและตรงใจลูกค้าตัวจริง”

 

ที่นั่งจำกัด สมัครก่อนคู่แข่งจะแย่งพื้นที่หน้าฟีดคุณ!

Key Highlights

    • Brand & Marketing-First: ทุกเครื่องมือ AI ถูกนำมาใช้เพื่อตอบโจทย์ “การสร้างมูลค่าแบรนด์” และ “การเพิ่ม Conversion ยอดขาย” ไม่ใช่เพียงการเรียนคำสั่งทั่วไป
    • Character & Visual Consistency: เผยเทคนิคล็อกใบหน้าตัวละคร คุมมู้ดโทนสี และจัดองค์ประกอบภาพให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกชิ้นงาน
    • Full-Funnel AI Tool Stack: เรียนรู้และเชื่อมโยงเครื่องมือ AI ชั้นนำของโลก (Claude, ChatGPT, CapCut)
    • Actionable 100%: สรุปจบ 2 วัน ผู้เรียนจะได้รับวิดีโอโฆษณาแบรนด์ฉบับสมบูรณ์ 1 คลิป และระบบ AI ผู้ช่วยประจำแบรนด์กลับไปใช้งานจริง

หลักการและเหตุผล

        ในยุคที่ผู้บริโภคพบเจอกับโฆษณาและข้อความที่สร้างโดย AI จำนวนมหาศาล ปัญหาใหญ่ของธุรกิจไม่ใช่ “การไม่มีคอนเทนต์” แต่เป็น “คอนเทนต์ไร้ตัวตน ภาพลักษณ์แบรนด์เจือจาง และสื่อสารไม่โดนใจลูกค้า” การตลาดยุคนี้ต้องการ การเล่าเรื่อง (Storytelling) ที่มีชั้นเชิง สามารถร้อยเรียง DNA ของแบรนด์เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคลของลูกค้าในแต่ละ Segment ได้อย่างคมกริบ

 

        หลักสูตรนี้ มุ่งเน้นการใช้ AI เป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนกลยุทธ์แบรนด์และการตลาด (AI-Driven Brand Strategy) ผู้เรียนจะได้ลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การถอดรหัสตัวตนแบรนด์สู่ระบบสมองกล การใช้ AI เจาะลึกความต้องการของลูกค้า ตลอดจนการผลิตสื่อโฆษณาภาพ เสียง ดนตรี และวิดีโอระดับสตูดิโอที่รักษาอัตลักษณ์แบรนด์ไว้อย่างเหนียวแน่น พร้อมนำไปเผยแพร่และขับเคลื่อนยอดขายได้จริงทันทีหลังจบหลักสูตร

ลงทะเบียนหลักสูตร

วัตถุประสงค์

    • คุมแก่นแบรนด์ให้อยู่หมัด: สามารถแปลง Brand DNA, Core Value และ Tone of Voice ให้เป็นคำสั่งอัจฉริยะ (Custom AI Brand Agent) ป้องกันไม่ให้คอนเทนต์หลุดกรอบ
    • เจาะลึกจิตวิทยาผู้บริโภค: ใช้ AI ทำความเข้าใจความต้องการ ปัญหา และข้อโต้แย้งของลูกค้าแต่ละกลุ่ม (Consumer Insights & Personas) ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
    • ผลิตสื่อโฆษณาระดับโปรดักชันด้วยตนเอง: เชี่ยวชาญการใช้ Multimodal AI สร้าง Key Visual ที่คงหน้าตาตัวละครเดิม, เพลงประจำแบรนด์, เสียงพากย์ และคลิปวิดีโอโฆษณา
    • ออกแบบแคมเปญการตลาดเฉพาะบุคคล (Personalization): แตก 1 แกนเรื่องเล่าของแบรนด์ ให้สื่อสารตรงใจลูกค้าหลากหลายกลุ่มได้พร้อมกัน
    • เพิ่มสปีดและลดต้นทุนการตลาด: ลดระยะเวลาผลิตแคมเปญลงกว่า 70% พร้อมสร้างระบบ Workflow อัตโนมัติสำหรับทีมการตลาดในองค์กร
 

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

  • สตูดิโอการตลาด AI ส่วนตัว ที่พร้อมลุยธุรกิจทันที
  • คลิปโฆษณาระดับภาพยนตร์สั้น 15–30 วินาที ที่ทำเสร็จสมบูรณ์พร้อมยิงแอดทำยอดขายได้ตั้งแต่คืนแรก
  • เพลงและเสียงพากย์ถูกลิขสิทธิ์ 100%
  • คลังคำสั่งลับระดับสตูดิโอ ให้ก๊อปปี้ไปเสกงานสวยได้ในพริบตา, สูตรปั๊มคอนเทนต์ตลอดปี, ระบบอัตโนมัติย่นเวลาทำงาน
 

กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้บริหารและผู้นำทีมการตลาด (CMO / Marketing Director / Brand Manager): ผู้บริหารระดับสูงและผู้จัดการแบรนด์ที่ดูแลภาพรวมทิศทางการตลาดขององค์กร
  • ทีมการตลาด / สื่อสารการตลาด (Marketing & MarCom): ผู้ที่ต้องการทำวิดีโอคอนเทนต์เพื่อเพิ่มยอดขายและสร้างแบรนด์
  • ทีมประชาสัมพันธ์ / สื่อสารองค์กร (PR & Corporate Comm): ผู้ที่ต้องสร้างภาพลักษณ์องค์กร สื่อสารข่าวสาร และวิสัยทัศน์
  • ครีเอทีฟและคนทำคอนเทนต์ (Creative Director / Copywriter / Content Creator): คนทำงานสายสื่อสาร ครีเอทีฟเอเจนซี่ นักเขียนสคริปต์ และสายตัดต่อวิดีโอ
  • สายยิงแอดและสร้างยอดขาย (Performance Marketer / Media Buyer): คนดูแลงบโฆษณา ฝ่ายการตลาดสายยิงแอดบน Facebook, TikTok, Google
  • เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการ (Business Owners / SME / Startup Founders): เจ้าของกิจการที่ต้องดูแลการตลาดเอง หรือมีทีมงานขนาดเล็ก
  • ทีมทรัพยากรบุคคล (HR / Internal Comm / Trainer): ผู้ที่ต้องผลิตสื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร ทำคลิป Recruitment หรือสร้างสื่อการเรียนรู้ภายใน

หัวข้อการอบรม

 

วันที่ 1: วางกลยุทธ์แบรนด์ ถอดรหัสลูกค้า และสร้างอัตลักษณ์มัลติมีเดีย

 
Session 1: ถอดรหัส Brand DNA และฝังตัวตนแบรนด์ลงใน AI
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: การกำหนด Brand Personality, Archetypes และ Tone of Voice เพื่อสร้างความแตกต่างในตลาด
  • Workshop 1 (สร้าง AI ผู้ช่วยประจำแบรนด์): ป้อน Brand Guidelines, คลังคำต้องห้าม และสำนวนเฉพาะของธุรกิจลงในระบบ เพื่อให้ AI สวมบทบาทเป็น Brand Strategist ที่พร้อมเขียนงานการตลาดได้ตรงตามสไตล์แบรนด์ 100%
Session 2: เจาะจิตวิทยาลูกค้า และสร้างเรื่องเล่าเฉพาะบุคคล (Personalization)
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: การแบ่ง Segment เชิงลึกตามพฤติกรรม (Psychographics) และการวางโครงเรื่องเล่าสะกิดจุดตัดสินใจซื้อ
  • Workshop 2 (ทดสอบเรื่องเล่ากับกลุ่มลูกค้าจำลอง): สร้าง Synthetic Personas ตัวแทนลูกค้า 3 กลุ่มย่อย นำแกนเรื่องเล่าไปให้ลูกค้าจำลองช่วยวิจารณ์ ค้นหาจุดที่ไม่น่าเชื่อถือ และปรับแก้ข้อความโฆษณาให้ตรงใจก่อนยิงจริง
Session 3: ปั้นภาพโฆษณาและตัวละครหลัก โดยคุมหน้าตาไม่ให้เพี้ยน
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: การถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์ผ่าน Mood & Tone ทางสายตา (Visual Identity)
  • Workshop 3 (สร้าง Brand Ambassador และ Key Visual): ออกแบบตัวละครหลักประจำแบรนด์ 1 ตัว แล้วสั่งสร้างภาพใน 4 สถานการณ์ของเรื่องเล่า โดยล็อกใบหน้า เสื้อผ้า และโทนสีของแบรนด์ให้คงที่ทุกภาพ
Session 4: ออกแบบเสียงพากย์และเพลงประกอบประจำแบรนด์ (Sonic Branding)
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: อิทธิพลของเสียงและดนตรีต่ออารมณ์การซื้อ (The Power of Audio in Advertising)
  • Workshop 4 (ผลิตเสียงพากย์และซาวด์แทร็กแบรนด์): สร้างเสียงพากย์โฆษณาที่มีอารมณ์และจังหวะเป็นธรรมชาติ พร้อมเจนเนอเรตดนตรีประกอบต้นฉบับ 30 วินาทีที่ไต่ระดับอารมณ์ตามเส้นเรื่องอย่างถูกลิขสิทธิ์

วันที่ 2: ผลิตวิดีโอโฆษณา ร้อยเรียงเรื่องเล่า และวางระบบสเกลงานการตลาด

 
Session 5: เสกภาพนิ่งสู่คลิปวิดีโอโฆษณาระดับภาพยนตร์
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: การวาง Storyboard สำหรับวิดีโอสั้น และการใช้มุมกล้องเพื่อเน้นย้ำจุดเด่นของสินค้า
  • Workshop 5 (กำกับวิดีโอด้วย AI): นำภาพตัวละครและฉากจากวันที่ 1 มาแปลงเป็นช็อตวิดีโอเคลื่อนไหว พร้อมควบคุมการเคลื่อนที่ของกล้อง (Camera Motion) ให้ดึงดูดสายตา
Session 6: ประกอบร่างคลิปโฆษณา 15-30 วินาที เพื่อหยุดนิ้วโป้งคนดู
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: สูตรโครงสร้างคลิปปิดการขาย: 3 วินาทีแรกดึงดูด (Hook) → ดำเนินเรื่องเล่า (Story) → กระตุ้นให้ซื้อ (Call to Action)
  • Workshop 6 (ตัดต่อชิ้นงานโฆษณาฉบับสมบูรณ์): นำวิดีโอ เสียงพากย์ และเพลง BGM มาตัดต่อรวมกัน ใส่ซับไตเติลอัตโนมัติ และปรับจังหวะให้กระชับ จนได้คลิปโฆษณาพร้อมยิงแอด 1 ตัว
Session 7: ขยายสเกล 1 เรื่องเล่า สู่แคมเปญหลาย Segment ด้วยระบบอัตโนมัติ
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: กลยุทธ์แตกแกนเรื่องเล่า (1 Core Message to Many Segments) และการวาง Workflow ผลิตคอนเทนต์ในองค์กร
  • Workshop 7 (วางระบบ Content Engine): ออกแบบระบบอัตโนมัติเบื้องต้น: เมื่อเลือกว่าต้องการคุยกับลูกค้ากลุ่มใด ระบบจะจับคู่ข้อความ พาดหัว และชิ้นงานสื่อที่ตรงจุดให้อัตโนมัติ
Session 8: ฉายงานขึ้นจอใหญ่ วางกรอบความปลอดภัย และวัดผลความสำเร็จ
  • เนื้อหาการตลาด & แบรนด์: การตรวจเช็กความปลอดภัยของแบรนด์ (Brand Safety & Copyright Checklist) และการวัดผล ROI ของเรื่องเล่า
  • กิจกรรม Showcase & Strategic Feedback: ฉายวิดีโอโฆษณาของผู้เรียนแต่ละท่านขึ้นจอใหญ่ ร่วมวิเคราะห์จุดเด่นและรับคำแนะนำเชิงกลยุทธ์การตลาด เพื่อนำแคมเปญไปปล่อยใช้งานจริง

วิทยากรประจำหลักสูตร

อาจารย์ รังสรรค์ พงษ์สุน
ที่ปรึกษา สายงานดิจิทัลมาร์เกตติ้ง ให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ชั้นนำของประเทศ

 

ระยะเวลาของหลักสูตร

ระหว่างวันที่ 21 – 22 มกราคม 2570
เวลา 09.00 – 16.30 น.

 

ค่าลงทะเบียน

    • บุคคลทั่วไป, หน่วยงานเอกชน, มหาวิทยาลัยเอกชน, สมาคม, มูลนิธิ
      ราคา 12,840 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
    • บุคลากรหน่วยงานของรัฐ ที่ไม่ใช่ธุรกิจซึ่งไม่แสวงหากำไร, มหาวิทยาลัยภาครัฐ
      ราคา 12,000 บาท (ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) กรุณาอย่าปัดเศษสตางค์

       พิเศษ!! ส่วนลด 10% เมื่อสมัครอบรม 2 ท่าน ขึ้นไป
       ต่อหน่วยงาน

เงื่อนไขการอบรม

       ผู้อบรม ต้องจัดเตรียมเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค
       มาสำหรับทำกิจกรรม Workshop ตลอดการอบรม

หมายเหตุ

    1. กรุณาชำระเงิน ภายในวันที่ 15 มกราคม 2570
    2. ค่าลงทะเบียนรวม อาหารกลางวัน และอาหารว่าง 2 มื้อต่อวัน, เอกสารประกอบการอบรม และภาษีมูลค่าเพิ่ม
    3. สถาบันเป็นหน่วยงานราชการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3%
    4. เฉพาะหน่วยงานภาครัฐ และองค์กรของรัฐ ที่ไม่ใช่ธุรกิจ และไม่แสวงหากำไร จะได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
    5. ค่าใช้จ่ายในการส่งบุคลากรเข้าอบรมทางวิชาชีพของบริษัท หรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 200%
    6. ขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลง กำหนดการ วิทยากร และสถานที่จัดอบรม ตามความเหมาะสม
    7. หากท่านต้องการยกเลิกการลงทะเบียน กรุณาแจ้งยืนยันการยกเลิกเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างน้อย 7 วันทำการ ก่อนวันจัดอบรม หากการแจ้งยกเลิกล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดดังกล่าว ทางสถาบันฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการหักค่าดำเนินการ คิดเป็นจำนวนเงิน 30% จากค่าลงทะเบียนเต็มจำนวน

สถานที่จัดฝึกอบรม

โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพ
เลขที่ 9 ถนนราชปรารภ แขวงประตูน้ำ
เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400

เกณฑ์การประเมินผล

ผู้เข้าอบรมต้องมีเวลาเรียนไม่ต่ำกว่า 80% และทำกิจกรรม
ทุกหัวข้อของหลักสูตร จึงจะได้รับวุฒิบัตรจาก
สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

CONTACT

PHONE & E-MAIL

 

สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต
(Career for the Future Academy)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

โทรศัพท์ : 0 2644 8150 ต่อ 81889 (คุณอริสรา)
โทรสาร : 0 2644 8110
e-Mail : bas@nstda.or.th

ADDRESS

 

สถาบันพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคต
(Career for the Future Academy)

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

73/1 อาคารสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ชั้น 6 ถนนพระรามที่ 6 แขวงทุ่งพญาไท
เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400